DSCN3162

3C Project คืออะไร

โครงข่ายเส้นทางจักรยานและทางเดินเท้าเลียบคลองทั่วกรุงเทพฯ

ขณะที่ทั้งภาครัฐและเอกชนกำลังพยายามรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้จักรยานเพื่อการเดินทาง,เพื่อสันทนาการและเพื่อการออกกำลังกายกันอยู่นั้น ดังจะเห็นได้จากการจัดกิจกรรมต่างๆในช่วงนี้ ใครที่จัดกิจกรรมแล้วไม่มีจักรยานเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยถือว่าตกเทรนเอามากๆ จะว่าไปกระแสจักรยานช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงที่ฮิตที่สุดในรอบหลายสิบปีที่ผ่านมา ไม่ว่าเหตุมันจะเกิดจากอะไรก็ตามเราถือว่าเป็นเรื่องดีมากๆที่บ้านเราได้ให้ความสนใจเรื่องจักรยานอย่างจริงๆจังๆ ทั้งที่คนในวงการจักรยานช่วยกันรณรงค์กันมานานนับสิบๆปีแล้ว ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือความพยายามเปลี่ยนถนนที่มีอยู่ให้สามารถใช้สัญจรด้วยจักรยานได้ ตัวอย่างที่เห็นมากที่สุดคือการทาสีถนนหรือเพิ่มสัญลักษณ์ของการบ่งบอกว่าเป็นทางจักรยานเข้าไป ซึ่งดูแล้วก็น่าเป็นเรื่องดีครับ เพราะเรื่องของการสัญจรต้องมีความเท่าเทียมกันไม่ว่าคุณจะเป็นรถยนต์ส่วนตัว รถสาธารณะ รถมอเตอร์ไซค์ หรือว่าจักรยาน เราล้วนน่าจะมีสิทธิเท่าเทียมกันในการใช้ถนนเหมือนกันครับ

แต่เราลองหันมาดูปัจจัยต่างๆในความเป็นจริงกัน เรากลับพบว่าถนนบ้านเราโดยเฉพาะกรุงเทพฯชั้นในนั้นไม่สามารถเพิ่มเส้นทางจักรยานเข้าไปได้เลย ทั้งทางกายภาพและทางด้านธรรมเนียมปฏิบัติ ที่บอกว่าทางกายภาพหมายถึง สภาพถนนของเรานั้นต้องยอมรับว่าแม้แต่คนที่เดินอยู่ริมถนนบางครั้งยังเดินแทบไม่ได้เลย และทางด้านธรรมเนียมปฏิบัติหมายความว่า ที่ผ่านมารถยนต์ได้รับการอวยจนเสียนิสัย เสียความเท่าเทียมในสังคมจนเป็นนิสัยถาวรกันไปหมดแล้ว คนขับรถในบ้านเราจะรู้สึกว่าตนเองนั้นคือเจ้าของถนน ภาหนะอื่นที่เข้ามาอยู่ในถนนนั้นเค้าจะถือว่าเป็นสิ่งแปลกปลอมทั้งหมด มีเรื่องเล่าที่พิสูจน์เรื่องนี้ได้ดี คือมีคนนึงได้ใช้บริการแท็กซี่ เมื่อสนทนาไปสักพักก็เข้าเรื่องจักรยาน แท็กซี่ท่านนั้นก็เหมือนกับอัดอั้นมานานจึงได้โอกาสระบายเรื่องนโยบายทางจักรยานว่าไม่เข้าท่าอย่างโน้นอย่างนี้ ลำพังถนนจะวิ่งยังไม่ค่อยจะพอเลยยังมาทำเลนจักรยาน มากั้นมาห้ามกันอีก เอาอะไรมาคิดเนี้ย…!!! และเมื่ออารมณ์ขึ้นได้ที่เค้าก็เผยสิ่งที่ผมฟังแล้วรู้สึกน่ากลัวมากออกมา เค้าบอกว่าถ้าเค้าเจอใครขี่จักรยาน โอกาสเหมาะๆปลอดคนจะแกล้งเบียดให้ตกถนนไปเลย

ไม่ว่าท่านโชเฟอร์ท่านนี้จะลงมือทำอย่างที่เค้าพูดจริงหรือไม่ก็ตาม แต่มันก็แสดงให้เราเห็นว่าผู้ใช้รถไม่เห็นด้วยและรู้สึกไม่พอใจเอามากๆกับนโยบายเรื่องทางจักรยาน ซึ่งปรกติสภาพการจราจรบ้านเรามันก็อยู่ในขั้นวิกฤตอยู่แล้ว มันเลยเหมือนกับเป็นการซ้ำเติมให้หนักขึ้นไปอีก ซึ่งถ้าเราคิดแบบเอาใจเค้ามาใส่ใจเรา ก็น่าเห็นใจนะครับถนนก็มีเท่าเดิมรถก็เพิ่มขึ้นทุกวัน แถมยังมากั้นหรือแบ่งช่องทางไปให้จักรยานอีก เราอาจจะต้องหันมาทบทวนว่าเรานั้นมีความพร้อมมากน้อยแค่ไหน เราจะแตกหักเพื่อพลิกเมืองให้น่าอยู่และเหมาะสมกับยานภาหนะทุกประเภทแบบนครหลวงของบางประเทศได้หรือไม่ ถ้าคำตอบคือไม่น่าจะได้ เราน่าจะลองหาทางออกอื่นๆกันดูไหม

 

เมื่อไม่นานมานี้ผมได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมทำกิจกรรมกับกลุ่มบุคคลกลุ่มหนึ่ง กลุ่มนี้ประกอบด้วยกลุ่มคณะบุคคลย่อยๆอีกหลายกลุ่ม เช่น กลุ่มคณาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี(บางมด) กลุ่ม Can Do Team (กลุ่มนี้ทำงานจิตอาสาพัฒนาชุมชนระแวกทุ่งครุ) กลุ่มผู้นำชุมชน กลุ่มนักปั่นจักรยานเช่น กลุ่มเด็กสองล้อท่องโลก กลุ่ม LikeVelo กลุ่มคนเหล่านี้ได้รวมตัวกันเพื่อเป้าหมายเดียวกัน เพื่อพลักดันแนวคิดบางอย่างที่ผมเห็นว่านี้คือคำตอบของการจัดการรูปแบบเส้นทางจักรยานในแบบประเทศไทย ซึ่งอาจจะไม่เหมือนกับประเทศอื่นที่เค้ามีแนวทางจัดการในแบบของเค้า นั้นก็คือแนวคิดโครงข่ายเส้นทางจักรยานและทางเดินเท้า เลียบคลองทั่วกรุงเทพฯ โดยกลุ่มต่างที่มารวมตัวกันนี้จะเรียกโครงการหรือเป้าหมายนี้ว่า 3C Project ซึ่มาจากคำว่า Canal(คลอง) Cycling(จักรยาน) และCommunity(ชุมชน)

โครงการนี้ผมเห็นว่าเป็นโครงการที่มีแนวคิดที่ดีมากๆกล่าวคือ หากเราพิจารณาปัจจัยที่กรุงเทพฯมีอยู่..นั้นก็คือ”คลอง” คลองซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่เป็นเพียงท่อระบายน้ำ หากเราจะนำคลองเหล่านี้ดัดแปลงเพิ่มเติมให้เป็นเส้นทางเพื่อใช้ในเดินทางสัญจรด้วยจักรยานหรือเดินเท้านั้นย่อมง่ายและมีแนวโน้มว่าจะเป็นไปได้มากกว่าการไปขีดช่องทางจักรยานแทรกเข้าไปในถนน(การมีเลนจักรยานในถนนปรกติก็น่าจะยังมีอยู่นะครับไม่ได้หมายความให้ยกเลิกไป)แต่หากเรามองทรัพยากรของกรุงเทพฯที่ครั้งนึงเคยถูกเรียกว่า เวนิชตะวันออกนั้นเราจะพบว่าเราสามารถสร้างโครงข่ายเส้นทางจักรยานที่เชื่อมโยงถึงกันได้หมด เรียกว่าน่าจะทั่วกรุงเทพเลยก็ว่าได้ น่าเสียดายที่คลองบางคลองนั้นมีศักยภาพมาก เช่นคลองบางมดที่เดิมมีเส้นทางจักรยานเลียบคลองอยู่แล้วประมาณ 3-4 กม.หากสามารถทำต่อไปอีกหน่อย (ทางโปรเจ็ค 3C ได้ทำการสำรวจไว้แล้วว่าหากทำเพิ่มอีก 7 กม.) เราจะสามารถขี่จักรยานเลียบคลองนี้ไปขึ้นรถไฟฟ้า วุฒากาศได้โดยไม่ต้องผ่านถนนใหญ่เลย

 

เราลองจินตนาการดูเล่นๆว่า หากคลองทุกคลองทำเส้นทางปูนเรียบคลอง เชื่อมโยงเป็นโครงข่ายการเดินทางด้วยจักรยาน และเชื่อมโยงกับระบบขนส่งมวลชนอีกหลายๆจุดได้นั้น อะไรจะเกิดขึ้น มันไม่ใช่แค่การเดินทางที่เป็นทางเลือกของวิถีชีวิตคนเมืองจะเปลี่ยนไปเท่านั้น มันยังอาจจะเกิดรูปแบบการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ได้อีก ไม่แน่ว่าจุดขายหรือ ไฮไลท์ของการท่องเที่ยวประเทศไทย(กรุงเทพฯ)ในอนาคตอาจจะเป็นการขี่จักรยานเรียบคลองทั่วกรุงก็ได้ และเมื่อถึงเวลานั้นเศษฐกิจของคนที่อยู่ริมคลองก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย ผมหวังว่าโครงการ 3C ที่เป็นแนวคิดดีๆและเป็นประโยชน์ต่อสังคมแบบนี้จะไม่สูญเปล่าและน่าจะได้รับการตอบสนองหรือหยิบยกขึ้นมาพิจารณาอย่างจริงจังในเร็วๆวันนี้… ผมเชื่อว่านี้คือโครงการนี้จะทำให้สามารถแก้ปัญหาการจราจรอย่างสร้างสรรค์และบูรณาการณ์ได้อย่างแท้จริง

Leave a reply